ซื้อคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ใช้ปีนี้ ลดภาษีได้ทันใจ!!!

ตามที่รัฐให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้สามารถนำรายจ่ายเพื่อการลงทุน หรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (ต้องไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) ในระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 มาหักเป็นรายจ่ายได้อีก 1 เท่าตามที่จ่ายจริงนั้น ผู้เขียนได้เคยนำเสนอหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้นในประเด็นรายจ่ายเพื่อการลงทุนดังกล่าวแล้ว ซึ่งท่านสามารถติดตามได้จากบทความเดิมทั้ง 2 ฉบับ[1]

สำหรับบทความฉบับนี้ผู้เขียนขอนำเสนอหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติม ในประเด็นสำคัญกรณี “รายจ่ายเพื่อการลงทุน ฯ เกี่ยวกับทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ ” ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทุกท่านพอจะทราบอยู่แล้วว่าอะไรคือคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ แต่อย่างไรก็ตามการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนสำหรับทรัพย์สินดังกล่าวค่อนข้างมีความซับซ้อน ดังนั้น ผู้เขียนจึงขอนำเสนอหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเบื้องต้นในประเด็นดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการพิจารณาเมื่อสนใจซื้อคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ภายในปีนี้ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

1. คำนิยาม

คำว่า “คอมพิวเตอร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์” นั้น ประมวลรัษฎากรมิได้กำหนดคำนิยามไว้เป็นการเฉพาะ กรณีจึงสามารถพิจารณาความหมายได้ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 ดังต่อไปนี้

คอมพิวเตอร์[2] หมายถึง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีทางคณิตศาสตร์

โปรแกรมคอมพิวเตอร์[3] หมายถึง คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด

ซอฟต์แวร์ (Software)” [4] หมายถึง ส่วนชุดคำสั่ง

“ฮาร์ดแวร์ (Hardware)” [5] หมายถึง ส่วนเครื่อง ส่วนอุปกรณ์

สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนได้อีก 1 เท่า สำหรับทรัพย์สินดังกล่าวตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 นั้น ก็มิได้ให้ความหมายโดยกำหนดคำนิยามของคำว่า “คอมพิวเตอร์  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์” ไว้เป็นพิเศษ แต่ในเมื่อสิทธิในการหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนฯ ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 ใช้หลักเกณฑ์ทรัพย์สินนั้นต้องสามารถหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65  ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากรได้[6]

กรณีนี้ผู้เขียนจึงเห็นว่าน่าจะสามารถนำเอาความหมายของคำว่า “ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์” ตามคำนิยามของหลักเกณฑ์การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาดังกล่าวตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) พ.ศ.2527 มาพิจารณาเทียบเคียงเพื่อให้ทราบความหมายและขอบเขตของทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้สิทธิหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559ได้ ดังต่อไปนี้

                ทรัพย์สินประเภทคอมพิวเตอร์” หมายถึง เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เสมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ทั้งที่ง่ายและซับซ้อน โดยวิธีการทางคณิตศาสตร์ตลอดจนอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ อันได้แก่ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องช่วยหรือเครื่องประกอบกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์[7]

2. ต้องเป็นทรัพย์สินที่สามารถใช้สิทธิได้ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559[8]  ดังนี้

2.1 เครื่องจักร ส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์

2.2 โปรแกรมคอมพิวเตอร์

สำหรับคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์และฮาร์ดแวร์ จัดอยู่ในประเภททรัพย์สินตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 604) พ.ศ.2559 กำหนดไว้ และสามารถหักรายจ่ายได้อีก 1 เท่าตามที่จ่ายจริงโดยวิธีการเฉลี่ยในจำนวนเท่ากันในแต่ละรอบบัญชีต่อเนื่องกันตามประเภทของทรัพย์สิน[9] โดยพิจารณาได้จากตาราง ดังต่อไปนี้

0 Comments

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

Copyright ©2019  dharmniti.co.th All rights reserved.

Log in with your credentials

Forgot your details?